เผยแบบแปลน บ้านลอยน้ำ แนวคิดจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี (2010-12-22) 
 
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
สถานการณ์น้ำท่วมยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และกำลังกระจายเข้าสู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ก่อให้เกิดความเสียหายนานับประการ ทั้งด้านทรัพย์สิน และด้านจิตใจ ทั้งนี้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะป้องกันภัยแก่ประชาชนดังกล่าว จึงได้ศึกษาหาข้อมูลทั้งจากในและต่างประเทศ เพื่อให้เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่ยากจะแก้ไขในปัจจุบัน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาดังกล่าว
โดยเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมายังกรมโยธาธิการและผังเมือง และได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับ "บ้านลอยน้ำ"ดังนั้นทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้นำเอาแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้จาก "บ้านลอยน้ำท่าขนอน" ซึ่งบ้านลอยน้ำท่าขนอนอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่ โดยบ้านลอยน้ำนั้นมีลักษณะเป็นเรือนแพ ซึ่งในฤดูแล้งตัวบ้านจะตั้งอยู่บนพื้นดินตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลาน้ำท่วม ตัวบ้านก็จะลอยขึ้นตามระดับน้ำ และมีการยึดตัวบ้านเอาไว้กับเสาหลักเพื่อป้องกับการโคลงตัว หรือลอยไปตามกระแสน้ำ จากนั้นพอเวลาน้ำลดลง บ้านก็จะกลับมาตั้งตัวอยู่บนพื้นดินเหมือนเดิม
สำหรับขนาดของบ้านลอยน้ำ การออกแบบนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของวัสดุที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งยังก่อสร้างได้ง่ายด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีโครงสร้างเป็นรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน ชาวบ้านที่มีความรู้ด้านช่างในระดับทั่วไปก็สามารถก่อสร้างเองได้

ขนาดพื้นที่
ประมาณ 60 ตารางเมตรประกอบด้วยพื้นที่อยู่อาศัย 23 ตารางเมตร ส่วนทำอาหารห้องน้ำและซักล้าง รวม 37 ตารางเมตร
ราคาค่าก่อสร้าง
โดยประมาณ 719,000 บาท (กรณีปลูกสร้างเอง) ไม่ต้องใช้ผู้รับจ้างเหมาและประมาณ 915,000 บาท (กรณีมีผู้รับจ้างเหมา)
วัสดุก่อสร้าง
ใช้วัสดุก่อสร้างพื้นฐานทั่วไปที่สามารถหาได้ง่ายในท้องตลาด ซึ่งสามารถดัดแปลงได้ตามความเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทุ่นลอยเป็นถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร หรือถังไฟเบอร์กลาสกรณีต้องการความทนทานเพิ่มขึ้น
ระบบสุขาภิบาล
ใช้ระบบการย่อยสลายโดยมีถังบรรจุจุลินทรีย์ EM ติดตั้งอยู่ใต้ห้องน้ำเพื่อย่อยสลายและเร่งการตกตะกอนของสิ่งปฎิกูล




ส่วนบ้านที่เห็นในภาพตัวอย่าง มีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 60 ตารางเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่ใหญ่มาก เพื่อความสะดวกในการก่อสร้างและการลอยน้ำ แต่หากมีความต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้นก็อาจเชื่อมต่อหลายหลังเข้าด้วยกัน โดยใช้สะพานทางเชื่อมพาดระหว่างชานรอบตัวบ้านส่วน ราคาค่าใช้จ่าย ถ้าสร้างเองจะมีราคาประมาณหลังละ 719,000 บาท แต่ถ้าหากจ้างเหมาราคา หลังละ 915,000 บาท เนื่องจากต้องมีการคิดค่าดำเนินการ กำไรและภาษีด้วย
อย่างไรก็ตาม แบบบ้านลอยน้ำของกรมโยธาธิการและผังเมืองนี้ หวังว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ ต้องอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ประสบภัยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ลุ่ม ซึ่งอาจจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบและพื้นที่ใช้สอยให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องต่อความต้องการต่อไป
บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย สภากาชาดไทยได้ใบเสร็จลดหย่อนภาษีด้วย ชื่อบัญชี : สภากาชาดไทยช่วยผู้ประสบอุทกภัย
เลขที่ : 045-3-04190-6 ประเภท : กระแสรายวันธนาคาร : ไทยพาณิชย์
หมายเหตุ : แฟกซ์ใบนำฝากพร้อมชื่อ-ที่อยู่ที่ไปที่หมายเลข 0-2256-4064 สอบถามรายละเอียดที่หมายเลข 0-2256-4068
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะเสด็จฯไปทรงเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.อยุธยา ในวันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2554นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชทานถุงยังชีพ พร้อมทั้งทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้คณะแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ บริการช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บป่วย บรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ณ โรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนแบบครบวงจร อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรี อยุธยา โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะกราบบังคมทูลบรรยายสรุปความเสียหายจากน้ำท่วม ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายอำเภอลาดบัวหลวง จะกราบ บังคมทูลบรรยายสรุปความเสียหายจากน้ำท่วมในเขตอำเภอลาดบัวหลวง
จากนั้น จะเสด็จพระราชดำเนินไปมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบล ลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นสถานที่รองรับผู้ประสบภัยที่อพยพออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย และเป็นสถานที่รับบริจาคของใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดสร้างโรงครัวประกอบอาหาร สำหรับแจกจ่ายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งสองแห่ง และให้คณะแพทย์และพยาบาล จากโรงพยาบาลรามาธิบดีออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการแก่ประชาชน นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม ให้มูลนิธิชัยพัฒนาประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งในเบื้องต้นได้รับความร่มมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น กองทัพบก สภากาชาดไทย โรงเรียนจิตรลดา บริษัทไทยเบฟเวอรเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัทไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในการจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป
ผู้ที่ประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ติดต่อได้ที่ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา อาคาร 608 พระราชวังดุสิต แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ โทร 02-282-4425 ส่วนผู้ที่มีความประสงค์จะร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สามารถโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสวนจิตรลดา ชื่อบัญชี “ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ” เลขที่บัญชี 067–213125-3 เพื่อจะได้นำไปจัดซื้อจัดหาสิ่งของที่จำเป็น ในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยต่อไป
กสทช.เชิญผู้ประกอบการโทรคมฯ-วิทยุ-ทีวี หารือวางแนวทางใช้การสื่อสารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ในวันอังคาร ที่ 11ต.ค.2554 เวลา 10.00น. ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม ซึ่ง กสทช.จะต้องเข้าไปช่วยเหลือระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม โดยจะขยายเครือข่ายวิทยุสื่อสาร และวิทยุสมัครเล่นให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นระบบสื่อสารเดียวที่จะใช้ติดต่อสื่อสารและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ได้ให้วิทยุสื่อสารศูนย์สายลม เป็นหน่วยประสานงานในการสื่อสารภัยพิบัติน้ำท่วม ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ที่ดอนเมือง เพื่อบูรณาการระบบสื่อสาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกพื้นที่ และใช้อำนาจตามขอบเขตที่กสทช. มีให้หน่วยงานด้านสื่อสารโทรคมนาคมนำอุปกรณ์มาใช้เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ประสบภัยได้ ด้าน พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.ด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีการเชิญวิทยุสื่อสาร วิทยุชุมชนวิทยุสมัครเล่น เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร และกระจายข่าวขณะที่คณะกรรมการชุดใหญ่มีการหารือเรื่องการส่งเอสเอ็มเอสเพื่อแจ้งข่าวด้วย.
ทำเรือ(ราคาถูก)ใช้เอง ตอนน้ำท่วม คลิ๊กด้านล่าง
More... |